วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
นำภาพและเสียงจาก OBS ไป Live ด้วย Skype line WeChat Google Meet
นำภาพและเสียงจาก OBS ไปไลฟ์ในกลุ่มไลน์
How to Use WeChat Work for Online Meetings
https://sideproject.in.th/blog/how-to-use-obs-studio-in-conference-call-meetings-with-virtual-cam/
https://sideproject.in.th/blog/how-to-add-a-countdown-timer-to-obs-with-snaz/
https://sideproject.in.th/blog/how-to-add-obs-countdown-timer/
https://www.dailygizmo.tv/2020/03/25/voov-meeting-by-tencent/
สาธิตการใช้ Tencent Meeting เบื้องต้น
OBS Studio ตอนที่ 31 : ส่งภาพไปยังเครื่องอื่นด้วย NDI Plug in
OBS STUDIO ตอนที่ 22 : นำแขกรับเชิญมา Live ร่วมกันใน OBS ด้วย Skype และ NDI Plug-in
นำภาพ จาก ipad และ webcam เข้าประชุม google meet ใน จอเดียวกัน ด้วย OBS virtual cam และ apowermirror
OBS studio ตอนที่ 6 การแชร์ OBS ไปยัง Google Meet
การนำภาพจาก OBS ไปใช้งานใน Google Meet Microsoft Teams และ Zoom ด้วย Virtual cam
วิธีการสอนด้วย obs
สอน obs ตอนที่ 1 - ดาวน์โหลดและติดตั้ง
สอน obs ตอนที่ 2 - ตั้งค่าการบันทึกหน้าจอให้คมชัด
บันทึกหน้าจอด้วย OBS
Facebook Live ด้วย OBS
Live Stream YouTube ด้วย OBS
Reset default settings OBS - รีเซตการตั้งค่าโปรแกรม OBS
สอนออนไลน์สดด้วย LMS x Zoom ตอนที่ 1: ภาพรวม เครื่องมือ และ ทดลอง Live
สอนออนไลน์สดด้วย LMS x Zoom ตอนที่ 2: นัดหมายและสื่อสารให้เข้าร่วม
สอนออนไลน์สดด้วย LMS x Zoom ตอนที่ 3: สาธิตการเรียนการสอน
EduCoWorking (8 เมย 63) การเรียนการสอนออนไลน์ด้วยระบบ myCourseVille ตอนที่ 1/6
EduCoWorking (8 เมย 63) การเรียนการสอนออนไลน์ด้วยระบบ myCourseVille ตอนที่ 2/6
EduCoWorking (8 เมย 63) การเรียนการสอนออนไลน์ด้วยระบบ myCourseVille ตอนที่ 3/6
EduCoWorking (8 เมย 63) การเรียนการสอนออนไลน์ด้วยระบบ myCourseVille ตอนที่ 4/6
EduCoWorking (8 เมย 63) การเรียนการสอนออนไลน์ด้วยระบบ myCourseVille ตอนที่ 5/6
EduCoWorking (8 เมย 63) การเรียนการสอนออนไลน์ด้วยระบบ myCourseVille ตอนที่ 6/6
เปิดเทอมออนไลน์บน myCourseVille
Google Classroom
แนะนำวิธีการสอนออนไลน์ (สำหรับครูผู้สอน) ผ่าน Video Conference โดยใช้ Google Classroom X Meet
การสร้างห้องเรียนด้วย Google Classroom + Google Meet
Tutorial Google Classroom 2020 - 9 ขั้นตอนแนะนำวิธีการใช้งาน ตั้งแต่เริ่มต้น จนปิดชั้นเรียน
สร้างลิงก์นัดหมายเรียนออนไลน์ด้วย Google Meet อัตโนมัติตลอดทั้งเทอม เข้าพร้อมกันได้หลาย Classroom
วิธีการสร้างห้องเรียนออนไลน์ Google Classroom ง่ายๆ ด้วยบัญชี Gmail #2020
Google Classroom โพสครั้งเดียวส่งถึงทุกห้องในอย่างไร?
วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559
เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง พบปะนักเรียน นักศึกษาไทยในกรุงปักกิ่ง ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต
09/23/2015
ภายในงาน เอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญชวนให้นักเรียนและผู้ร่วมงาน ร่วมตั้ง “ปณิธานความดี” เนื่องในปีมหามงคล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นพลังในการปฏิรูปประเทศ ผ่านการกำหนดสิ่งดีๆ ที่จะปฏิบัติด้วยความสมัครใจและมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือสังคมส่วน รวม โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดทำ “การ์ดปณิธานความดี” และแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งทุกฝ่ายได้ร่วมกันตั้งปณิธานและถ่ายภาพร่วมกัน
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้ให้โอวาทแก่นักเรียน โดยกล่าวว่าในปีนี้
ไทยและจีนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ครบรอบ 40 ปี
ซึ่งไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและรอบด้านในทุกๆ มิติ
ทั้งมิติด้านการเมือง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการศึกษา ปี 2557
มีมูลค่าการค้าไทย-จีน ถึง 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการมากกว่า 600 คณะ
นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวไทยกว่า 4 ล้านคนในปี 2557 และกว่า 3
ล้านคนในปี 2558 ครึ่งปีแรก
อีกทั้งนักศึกษาจีนเรียนภาษาไทยในมณฑลกว่างซีและมณฑลอื่น ๆ กว่า 5,000 คน
นักศึกษาจีนในประเทศไทยกว่า 2,600 คน รวมถึงนักศึกษาไทยในประเทศจีนอีกกว่า
18,000 คน
ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีงามและใกล้ชิดระหว่างไทย
และจีนที่มีต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง
เอกอัครราชทูต ฯ ได้ฝากข้อคิดแก่นักเรียนในเรื่อง (1)
ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายจีน อาทิ เรื่องวีซ่า การพนันและยาเสพติด (2)
การติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ทั้งข่าวสารในประเทศไทยและจีน และ (3)
การเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกห้องเรียนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้
การคิดวิเคราะห์และประสบการณ์ให้แก่ตนเอง และที่สำคัญ นักเรียน
นักศึกษาไทยในจีนควรรักษาขนบธรรมเนียมความเป็นไทย
ปฏิบัติตนให้ผู้อื่นนับถือในความเป็นไทย
รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์
เพื่อมีส่วนช่วยในการเผยแพร่วัฒนธรรมและประเพณีไทย
ทั้งนี้ ระหว่างรับประทานอาหารค่ำเอกอัครราชทูต ฯ
ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลและข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ
อย่างเป็นกันเอง ซึ่งนักเรียน
นักศึกษาไทยต่างได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
และได้แสดงความขอบคุณสถานเอกอัครราชทูต ฯ ที่ได้จัดงานในครั้งนี้ขึ้น
เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง พบปะนักเรียน นักศึกษาไทยในกรุงปักกิ่ง ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2558 เวลา 17.30 น. นายธีรกุล นิยม เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้เป็นประธานจัดกิจกรรมพบนักเรียนไทยในกรุงปักกิ่ง ประจำปี 2558 ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับสมาคมนักเรียนไทยประจำกรุงปักกิ่งเชิญชวนนักเรียนไทยที่ศึกษาอยู่ใน กรุงปักกิ่งและเมืองใกล้เคียงเข้าร่วม ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 16 สถาบันการศึกษาภายในงาน เอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญชวนให้นักเรียนและผู้ร่วมงาน ร่วมตั้ง “ปณิธานความดี” เนื่องในปีมหามงคล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นพลังในการปฏิรูปประเทศ ผ่านการกำหนดสิ่งดีๆ ที่จะปฏิบัติด้วยความสมัครใจและมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือสังคมส่วน รวม โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดทำ “การ์ดปณิธานความดี” และแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งทุกฝ่ายได้ร่วมกันตั้งปณิธานและถ่ายภาพร่วมกัน
นักศึกษาจีนมุ่งเรียนสาขาบริหารธุรกิจในไทยรับตลาดการค้าเสรีอาเซียน
นักศึกษาจีนมุ่งเรียนสาขาบริหารธุรกิจในไทยรับตลาดการค้าเสรีอาเซียน
มหาวิทยาลัย
เอกชนไทยพัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจภาคภาษาจีนรองรับนักศึกษาจีนมุ่งหน้าเข้า
มาเรียนเพิ่มมากขึ้นเพื่อโอกาสการทำธุรกิจในตลาดการค้าเสรีอาเซียน
อัทธ์ พิศาลวานิข คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าปัจจุบันมีนักศึกษาจีนมาเรียนต่อในเมืองไทยมากขึ้น และกระจายอยู่แทบทุกมหาวิทยาลัย เนื่องจาก ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งการขยายตัวด้านการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกันมาตรฐานการศึกษาไทยได้รับการยอมรับมีหลักสูตรหลากหลาย
คณบดีคณะเศรษฐศาสต์ ม.หอการค้า ประเมินว่ามีนักศึกษาจีนในไทยไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นนักศึกษาต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดสำหรับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนใหญ่จะเรียนสาขาบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ นักศึกษาจีนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางโดยเฉพาะจากเขตปกครองตน เองกว่างซีจ้วงและมณฑลยูนนาน
ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิตได้พัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจภาคภาษาไทยมาปรับเนื้อหาเป็น ภาษาจีน ทำการเรียนการสอนเป็นภาษาจีนทั้งหมด ในรูปแบบของไชนิส บิซิเนส สคูล เพื่อรองรับนักศึกษาจีนโดยเฉพาะ มีการจ้างอาจารย์ชาวจีนมาเป็นผู้สอน ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ ๑๐๐ คน และในอนาคตอาจจะเพิ่มการเรียนการสอนภาษาจีนในหลักสูตรอื่น ๆ ด้วย
สาขายอดนิยมของนักศึกษาจีน คือสาขาบริหารธุรกิจ เพราะสามารถนำไปประกอบธุรกิจการค้าได้ โดยเฉพาะเมื่อเปิดเสรีอาเซียนเต็มรูปแบบ จีนอยู่ในกลุ่ม ASEAN+๖ ที่ให้ความสำคัญกับการตลาดในอาเซียนมาก ซึ่งไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
อัทธ์ พิศาลวานิข คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าปัจจุบันมีนักศึกษาจีนมาเรียนต่อในเมืองไทยมากขึ้น และกระจายอยู่แทบทุกมหาวิทยาลัย เนื่องจาก ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งการขยายตัวด้านการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกันมาตรฐานการศึกษาไทยได้รับการยอมรับมีหลักสูตรหลากหลาย
คณบดีคณะเศรษฐศาสต์ ม.หอการค้า ประเมินว่ามีนักศึกษาจีนในไทยไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นนักศึกษาต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดสำหรับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนใหญ่จะเรียนสาขาบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ นักศึกษาจีนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางโดยเฉพาะจากเขตปกครองตน เองกว่างซีจ้วงและมณฑลยูนนาน
ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิตได้พัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจภาคภาษาไทยมาปรับเนื้อหาเป็น ภาษาจีน ทำการเรียนการสอนเป็นภาษาจีนทั้งหมด ในรูปแบบของไชนิส บิซิเนส สคูล เพื่อรองรับนักศึกษาจีนโดยเฉพาะ มีการจ้างอาจารย์ชาวจีนมาเป็นผู้สอน ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ ๑๐๐ คน และในอนาคตอาจจะเพิ่มการเรียนการสอนภาษาจีนในหลักสูตรอื่น ๆ ด้วย
สาขายอดนิยมของนักศึกษาจีน คือสาขาบริหารธุรกิจ เพราะสามารถนำไปประกอบธุรกิจการค้าได้ โดยเฉพาะเมื่อเปิดเสรีอาเซียนเต็มรูปแบบ จีนอยู่ในกลุ่ม ASEAN+๖ ที่ให้ความสำคัญกับการตลาดในอาเซียนมาก ซึ่งไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
ที่มาของข่าว http://dlfeschool.in.th
อินทนิล อินไชน่า :วิถีจีน..ร้อนสุดสุด คนจีนทำอะไร
อินทนิล อินไชน่า :วิถีจีน..ร้อนสุดสุด คนจีนทำอะไร
2012-07-23 17:37:52 cri
วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา คนจีนถือว่าเป็นวันแรกของช่วงร้อนสุด ๆ (หน้าร้อนของจีนเริ่มจากพฤษภาคม-สิงหาคม) หรือโถเทียน ช่วงร้อนสุด ๆ นี่จะมีประมาณ 40 วัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง
ช่วงแรก โถฝู ปีนี้เริ่มจาก 18 กรกฎาคม นับไป 10 วัน วันแรกของช่วงร้อนสุด ๆ ช่วงแรกคนจีนนิยมกินเกี๊ยว ถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาแต่โบราณกาล
ทำไมต้องกินเกี๊ยว? เขามีคำอธิบายว่า ช่วงหน้าร้อนทำให้คนเบื่ออาหาร การกินเกี๊ยวเจี่ยวจึที่รูปร่างคล้าย ๆ เงินจีนโบราณ ที่มีแป้ง หุ้มอยู่ภายนอกในใส้ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ผักต่าง ๆ ธัญพืช และซุป จะทำให้เจริญอาหาร รับประทานได้มากขึ้น ทำให้สุขภาพฟื้นตัวกลับมาดีดังเดิม เหมือนความเป็นสิริมงคลของชีวิตกลับมาเช่นเดิมยังไงยังงั้น
วันที่ 18 ที่ผ่านมา ดิฉันไปสังเกตการณ์ตามตลาดและร้านเกี๊ยว ปรากฏว่า ทั้งร้านขายแผ่นเกี๊ยว ร้านขายเกี๊ยว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยอดขายเพิ่มจากปกติเท่าตัว แสดงว่าคนจีนยังยึดมั่นในคติความเชื่อที่มีมาแต่โบราณกาล
นอกจากการกินเกี๊ยวแล้ว ในช่วงร้อนสุด ๆ ช่วงแรก คนจีนจะพากันไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลของชุมชน เพื่อรับเอากอเอี๊ยะ ไปปิดตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อคลายร้อนและรักษาสมดุลของร่ายกาย เนื่องจากเชื่อว่า หากใช้กอเอ๊ยะปิดรักษาความสมดุลย์ของร่างกายในช่วงร้อนสุด ๆ นี้แล้ว จะสามารถป้องกันโรคที่อาจจะกำเริบขึ้นในช่วงหนาวสุด ๆ ได้ เช่นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด ไหล่ตึง เป็นต้น เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นคนจีนปิดกอเอี๊ยะ ตามไหล่ และส่วนต่าง ๆ ในร่างกายระหว่างนี้ ซึ่งมีการติดกันมาก ก็เชื่อได้เลยว่า เขารักษาสมดุลย์ของร่างกาย เพราะไม่งั้นที่จีน หนาวก็หนาวจัด ร้อนก็ร้อนจัด สาหัสไม่แพ้ที่ใด ๆ ในโลก การเตรียมร่างกายให้พร้อมรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องที่คน ส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ช่วงที่สาม มีระยะเวลาประมาณ 10 วัน กินปิ่ง(แป้งทอด)กับไข่
ที่เล่ามาข้างต้นเป็นวิถีปฏิบัติของคนปักกิ่ง ในขณะที่มณฑลอื่น ๆ เขาก็มีวิถีปฏิบัติของเขาซึ่งมีทั้งเหมือนและแตกต่างจากปักกิ่ง
อย่างที่เมืองสีว์โจวที่อยู่ทางใต้ของกรุงปักกิ่งประมาณ 700 กิโลเมตร ที่นี่ในช่วงร้อนสุด ๆ เขาจะมีเทศกาล ฝูหยางเจี๊ย ร้านอาหารต่าง ๆ จะทำอาหารจากเนื้อแพะ เนื้อแกะมาขาย อุ๊แม่เจ้า กินแล้วไม่ร้อนกันไปใหญ่หรือ เพราะปกติเนื้อแพะเนื้อแกะนี่กินแล้วทำให้อุ่น มักกินกันในหน้าหนาว เหตุไฉนจึงมากินกันในหน้าร้อน อันนี่ก็มีที่มา คือเขาเชื่อว่าเอาความร้อนไปไล่ความร้อนในร่างกาย เหมือนเอาพิษไปไล่พิษในร่างกายยังไงยังงั้น
ในแง่ของนักโภชนาการจีน เขาแนะว่า อาหารที่ควรรับประทานในช่วงร้อนจัดนี้คือ ข้าว 5 อย่าง อันประกอบไปด้วย ข้าวโพด ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวฟ่างและถั่วต่างๆ เพราะในอาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยโปรตีน ไฟเบอร์(เส้นใย) คาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 สี เพราะอาหารแต่ละสีให้ประโยชน์ในการบำรุงอวัยวะต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน คือ
อาหารสีดำบำรุงไต สีแดงบำรุงหัวใจ สีเหลืองบำรุงม้าม สีขาวบำรุงปอด และอาหารสีเข้มบำรุงตับ
นอกจากความร้อนจากแสงอาทิตย์แล้ว ความร้อนจากอาหารก็อาจจะทำให้เราร้อนรุ่มเพิ่มขึ้นได้อีก เพราะงั้น ก่อนกินต้องดูเหมือนกันว่าอาหารชนิดนั้นเป็นหยิน(ร้อน)หรือหยาง(เย็น) เพื่อจะทำให้สิ่งที่เรากินเข้าไปไม่ไปเพิ่มความร้อนให้ร่างกายมากยิ่งขึ้น แต่ท่านว่าไหม ร้อนกายน่ะ ยังไง ยังไง ก็ไม่เท่าร้อนใจ เพราะร้อนใจน่ะ บางทียิ่งกว่าไฟจี้ซะอีก
http://thai.cri.cn/247/2012/07/23/225s200384.htm
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)