วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

ก่อนจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในจีน ลองไปเรียนภาษาจีนดูก่อน 1 ปี จะดีกว่าไหม

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2558 เป็นวันที่น้องโจ น้องที่ทางแอดมินติวสอนพิเศษภาษาจีน ก่อนที่จะเดินทางไปเรียนภาษาจีน อีก 1 ปี ที่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย ณ มหาวิทยาลัย Central China Normal University
before studying in Chinese University, try to learn one year Chinese language
เนื่องจากวันนั้นไม่สบายจนไม่สามารถไปส่งน้องที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่อง ไปเมืองจีนครั้งแรกได้ น้องบินด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชียไฟล์ท 7 โมงเช้า ไปถึงที่อู่ฮั่นประมาณ 11 โมง ตามเวลาประเทศจีน อันดับแรกอยากขอบคุณคุณพ่อโจอย่างมากที่ไว้ใจ และให้การสนับสนุนลูกอย่างเต็มที่ ความรู้สึกแรกที่ได้พูดคุยกับครอบครัวนี้ เป็นครอบครัวเปิดและเห็นความสำคัญกับการศึกษาและการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ การเปิดโลกทัศน์ การรับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จากผู้รู้ ถ่ายทอดและแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ประสบการณ์บอกเล่าที่หาไม่ได้บนโลกอินเตอร์เน็ต สภาวะ ทัศนคติ และความเป็นจริงที่สื่อสารให้รับรู้ สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อยอมรับและเปิดโอกาสให้ลูกชายได้ไปเรียนยังต่างแดนกับ เมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียนไทยหรือคนไทยเลย
การเปิดรับฟังความคิดเห็น และเปิดโลกทัศน์ให้ทันต่อยุคโลกาภิวัฒน์ นั่นเป็นปัจจัยที่สำคัญและเป็นแรงผลักดันใหม่ การเรียนภาษาในเมืองจีนเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน ด้วยราคาค่าเรียนและค่าครองชีพที่ไม่ต่างจากเมืองไทย ถ้าตั้งใจไปเรียนแล้วยังไงก็ได้ภาษาจีนกลับมาแน่นอน
มองไปในอนาคตการเรียนรู้ภาษาจีนเป็นกุญแจสำคัญก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจ ติดต่อ หรือการงานที่ดีขึ้น หากแต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่หลายคนคิด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือทัศนคติ และความคิดในการใช้ชีวิต บางครั้งการห่างไกลจากความโอบอุ้มของพ่อแม่ เพื่อนฝูงที่สนิทและคุ้นเคย ออกเดินตามทางแล้วไปหาสิ่งใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรมและเพื่อนใหม่ๆ นั่นยิ่งกว่าการสร้างเครือข่ายในประเทศจีนที่หลายคนเข้าใจ แต่คุณกำลังสร้างเครือข่ายจากนักศึกษาต่างชาติทุกมุมโลกที่ตบเท้าเข้ามา เรียนยังแดนมังกรเพิ่มขึ้นทุกปี
นักเรียนไทยส่วนมากจะรู้จักเมืองมีชื่อเสียงในจีนอย่าง คุนหมิง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว จาก 23 มณฑล รวมไปถึงไต้หวัน ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านการค้าการพาณิชย์ เมืองวัฒนธรรมและความเป็นเมืองหลวง ท้ายสุดเมืองที่มีพรมแดนใกล้กัน วัฒนธรรมที่คล้ายคลึง ค่าใช้จ่ายและการเดินทางที่ถูกกว่า ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เป็นตัวเลือกหลักๆ ในหมู่นักเรียนไทย
สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่จะไปเรียนรู้ภาษาวัฒนธรรมและประสบการณ์จากแผ่นดิน ใหญ่ก็คือได้เปิดโลกทัศน์ การเรียนรู้ภาษาจีนสำเนียงมาตรฐานอาจไม่ได้มีแค่เมืองหลักๆ อย่างที่คนไทยรู้จัก หากแต่มันมีมากกว่านั้น ค่าเทอมที่ถูกกว่า มาตรฐานการสอนภาษาจีนที่เป็นมาตรฐานและได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ จีน ลำดับมหาวิทยาลัยในการเรียนการสอนระดับประเทศ เมืองที่อยู่ ค่าครองชีพ ประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่ยาวนาน นั่นอาจเป็นแรงดึงดูดหนึ่งที่ทำให้คุณพ่อน้องโจมองเห็น ลองกับความคิดแนวใหม่และต่างจากที่หลายคนคิด
การได้ลองไปเรียนภาษาก่อน 1 ปี เพื่อจะได้รู้ว่าการอยู่ต่างแดนที่ไม่คุ้นเคยโดยปราศจากเพื่อนหรือคนรู้จัก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เห็นและเรียนรู้ความเป็นจีน ทั้งการดำเนินชีวิต วัฒนธรรมของชาวจีน และในด้านการค้าการพาณิชย์ ถ้าเกิดว่าไม่ชอบบรรยากาศที่นั่นก็ยังสามารถเปลี่ยนมหาวิทยาลัยหรือเมืองที่ อยู่ได้ หรือมีโอกาสที่จะขอทุนเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ ได้ ดีกว่าการตัดสินใจไปเรียนยาวทีเดียว 4-5 ปี แล้วเกิดไม่ชอบขึ้นมาทีหลัง แต่ก็ต้องทนเรียนต่อให้จบเพราะได้ทุนมาแล้ว ทนเรียนให้จบเพื่อให้ทางรัฐบาลจีนจะได้ไม่ตัดโควต้าของรุ่นน้องที่จะไปเรียน ในปีถัดไป
การได้ทุนเป็นสิ่งที่ดีและน่าภูมิใจ แต่จะดียิ่งกว่าหากเราศึกษาข้อมูลเบื้องต้นไว้ และเตรียมพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มในสภาพแวดล้อมที่เรา สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้




http://www.chinamania.co/2015/10/before-studying-in-chinese-university-try-to-learn-1-year-chinese-language/

รองกงสุลใหญ่ฯ นำคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยฟู่ตั้นเข้าร่วมโครงการ แลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนไทย-จีน ระดับอุดมศึกษา

26/10/2015

รองกงสุลใหญ่ฯ นำคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยฟู่ตั้นเข้าร่วมโครงการ แลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนไทย-จีน ระดับอุดมศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 25 ส.ค. – 4 ก.ย. 2558

              ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 4 กันยายน 2558 นางสาวรณพพัณณ์ กปิตถัย รองกงสุลใหญ่ฯ นำคณะนักศึกษาจีนจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นไปเยือนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนไทย-จีน ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2558


รองกงสุลใหญ่ฯ ร่วมถ่ายภาพหมู่กับคณะเยาวชนไทย-จีน

                กิจกรรม นี้เป็นโครงการต่อเนื่องที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ริเริ่ม และเป็นผู้ประสานงานจัดการแลกเปลี่ยนเยาวชนในสถาบันอุดมศึกษาระหว่างไทยกับ จีนเป็นปีที่สาม  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสริมความ สัมพันธ์ระหว่างเยาวชนไทย-จีน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยั่งยืนระหว่างสองประเทศ ต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยให้กับกลุ่มเยาวชนจีน อีกทางหนึ่งด้วย
                สำหรับ ปีนี้สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าร่วมโครงการ โดยมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นได้คัดเลือกตัวแทนนักศึกษาจำนวน  10 คนและผู้ติดตามดูแลอีก 2 คน เข้าร่วมโครงการนี้
วัน ที่ 26 สิงหาคม 2558 มีพิธีเปิดโครงการฯ อย่างเป็นทางการโดย รศ.ดร. ธนารักษ์ สุวรรณประพิศ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธาน กล่าวต้อนรับคณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น และหวังว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาของทั้ง สองสถาบันเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นตลอดระยะเวลา 10 วัน


ภาพบรรยากาศพิธีเปิด

รอง กงสุลใหญ่รณพพัณณ์ฯ ได้กล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ได้เข้าร่วมโครงการกับสถานกงสุลใหญ่ฯ รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าตลอดระยะเวลาของการดำเนินโครงการจะช่วยให้นักศึกษาของ สองสถาบันได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างมิตรภาพที่ดี อันจะส่งผลถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ให้เจริญงอกงามต่อไปในภายภาคหน้า


รองอธิการบดีฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มอบของที่ระลึกให้กับรองกงสุลใหญ่ฯและตัวแทนจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น


คณะนักศึกษาจีนเรียนรู้การรำฟ้อนเล็บจากนักศึกษาชมรมนาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

                ตลอด ระยะเวลา 10 วันของโครงการนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งทำให้คณะนักศึกษาจีนมีความรู้และความเข้าใจประเทศไทยและวัฒนธรรมไทยมาก ยิ่งขึ้น เช่น การเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยการนั่งรถไฟฟ้า การเรียนรู้วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของท้องถิ่นผ่านการทำอาหาร การเรียนฟ้อนรำ การลองสวมใส่ชุดพื้นเมือง


ภาพบรรยากาศการรับประทานอาหารขันโตกและการใส่ชุดพื้นเมือง

นอก จากนี้ ยังมีกิจกรรมการเรียนภาษาไทยเบื้องต้นจากเจ้าของภาษา นักศึกษาจีนได้เรียนรู้ประโยคต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยวิทยาการจากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เช่น การทักทาย การแนะนำตัวเบื้องต้น การซื้อของและต่อรองราคา เป็นต้น


ภาพบรรยากาศการเรียนการสอนภาษาไทยเบื้องต้น

                กิจกรรม ทัศนศึกษาบ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง นักศึกษาจากทั้งสองสถาบันร่วมกันทำกิจกรรมลวกไข่ และแช่น้ำพุร้อน สร้างความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยจากการเดินทาง
กิจกรรม สัมผัสวิถีชีวิตไทยท้องถิ่น นักศึกษาจีนได้มีโอกาสเดินทางไปพักที่หมู่บ้านโฮมสเตย์แม่กำปอง อำเภอสันกำแพง เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านจากการเข้าพักร่วมกับคนในท้องถิ่น ได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ผู้คนในหมู่บ้านเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส ในระหว่างที่พักอยู่หมู่บ้านแม่กำปอง นักศึกษาทั้งสองสถาบันได้ทำกิจกรรมร่วมกันมากมาย เช่น การเรียนร้องเพลงไทย เรียนรู้วัฒนธรรมไทยที่ควรระวัง การเดินทัศนศึกษารอบ ๆ หมู่บ้าน การไปทำบุญที่วัด การทำหมอนใบชา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของหมู่บ้าน การช่วย Host Family ทำอาหาร ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับคณะนักศึกษาเป็นอย่างยิ่ง


รองกงสุลใหญ่ฯ และนักศึกษาจีนร่วมทำหมอนใบชา ซึ่ง น.ศ.จีน รู้สึกภาคภูมิใจที่เห็นผลงานของตนเอง
และสามารถนำกลับไปเป็นของที่ระลึกได้


ภาพบรรยากาศกิจกรรมทำร่มบ่อสร้าง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ การเข้า workshop ฝึก วาดรูปลงบนร่มกระดาษที่ ต.บ่อสร้าง อ.สันกำแพง การทัศนศึกษาสวนสัตว์ไนท์ซาฟารี ซึ่งเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ได้สัมผัสสัตว์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เรียนรู้การใช้ชีวิตของสัตว์ต่าง ๆ ที่หาดูได้ยาก การทัศนศึกษาอุทยานแห่งชาติดอยปุย เรียนรู้วิถีชีวิตของชนเผ่าพื้นเมือง เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ดูข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ทำมาหากินและประวัติความเป็นมาของชนเผ่าพื้นเมือง การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางเวียง เพื่อเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน รวมทั้งวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเชียงใหม่


วิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติของเมืองเชียงใหม่

                กิจกรรมสัมผัสวิถีชีวิตชาวพุทธ ผ่านการเยี่ยมชมวัดต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น วัดเจดีย์หลวง วัดพันเตา วัดพระสิงห์ เป็นต้น
                ทั้ง นี้ น.ศ.จีนได้ไปเยี่ยมชมสถาบันขงจื้อ ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสการเรียนการสอนของนักศึกษาจีนคนอื่น ๆ ที่มาแลกเปลี่ยน ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


คณะนักศึกษาจีนเข้าเยี่ยมชมการเรียนการสอนของนักศึกษาจีนที่เรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

                ใน กิจกรรมปัจฉิมนิเทศ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2558 รองกงสุลใหญ่ฯ รณพพัณณ์ฯ ได้กล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ และหวังว่าโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนให้แน่น แฟ้นมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นตัวแทนผู้ดูแลจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นกล่าวขอบคุณสถานกงสุลใหญ่ฯ สำหรับการเชิญเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมในครั้งนี้ จากนั้นได้กล่าวแนะนำมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น และยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาไทยที่จะเดินทางไปร่วมกิจกรรม ณ นครเซี่ยงไฮ้ในลำดับต่อไป ภายในงานมีการแสดงความรู้สึกและความประทับใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ มีการแลกเปลี่ยนของที่ระลึกระหว่างกัน และมีการแสดงวีดิทัศน์ประมวลภาพกิจกรรมตลอดโครงการ สร้างเสียงหัวเราะและคราบน้ำตาให้กับนักศึกษาทั้งสองสถาบัน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็สามารถสร้างมิตรภาพดี ๆ ให้กับเยาวชนได้เข้าใจและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นรากฐานของการพัฒนาความสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างสองประเทศในภายภาคหน้า ได้เป็นอย่างดี


----------------------------------------- 


http://www.thaishanghai.com/th/activity/detail.php?news=1196

PIM จับมือ ม.ยูนนาน - ม.กว่างสี ประเทศจีน รับนักศึกษาจีนเรียนไทย มุ่งขยายความร่วมมือด้านการศึกษาระดับนานาชาติ

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) สถาบันการศึกษาเพื่อสังคม ภายใต้การบริหารของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มุ่งสร้างความร่วมมือด้านการศึกษากับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชน จีนเต็มที่ ล่าสุดจับมือ ม.ยูนนาน และ ม.กว่างสี รับนักศึกษาจีนเข้าเรียน PIM ระยะเวลา 1 ปีเต็ม


นายพรวิทย์ พัชรินทร์ตนะกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) กล่าวว่า PIM ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนในรูปแบบ "การฝึกปฏิบัติงานจริง" หรือ Work-based learning เป็นอย่างมาก เพราะทำให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ทักษะการทำงานจริงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ PIM ยังมุ่งพัฒนาและขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในหลายประเทศ เช่น จีน ล่าสุด PIM ได้จับมือกับ มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน (Yunnan Normal University Business School) ซึ่งเป็น 1 ใน 6 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศจีน ที่มีการเรียนการสอนภาษาไทยโดดเด่นที่สุด และ มหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี (Guangxi University For Nationalities) หนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาของกวางสี ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นฐานผลิตบัณฑิตด้านภาษาที่ใช้ในทวีปเอเชียแห่งชาติ

รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร PIM กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือดังกล่าว เป็นการรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน 11 คน และ นักศึกษามหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี 5 คน ซึ่งทั้งหมดเป็น นักศึกษาวิชาเลือก เอกภาษาไทย เข้าเรียนใน ระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรภาษาไทย เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนร่วมกันแบบ 2+1+1 คือ เรียนที่ประเทศจีน 2 ปี เรียนที่ประเทศไทย 1 ปี และกลับไปเรียนที่ประเทศจีนอีก 1 ปี และแบบ 3+1 คือ เรียนที่ประเทศจีน 3 ปี และเรียนที่ประเทศไทย 1 ปี

“PIM เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาด้านการศึกษา จึงร่วมมือกับทั้งมหาวิทยาลัยชนชาติยูนนานและมหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี เพื่อประโยชน์ด้านวิชาการของทั้งไทยและจีน ภาษาไทยเป็นภาษาที่สำคัญ นักศึกษาหลายชาติในทวีปเอเชียเริ่มเรียนภาษาไทยมากขึ้น หากนักศึกษาต่างชาติได้มาเรียนรู้ภาษาไทยในประเทศไทย อยู่ในประเทศเจ้าของภาษา ก็จะช่วยให้เรียนรู้เร็วขึ้น เป็นการเรียนแบบฝึกปฏิบัติงานจริงทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน PIM ก็มีการเรียนการสอนคณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาจีนธุรกิจ ด้วย ซึ่งนักศึกษาไทยก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับนักศึกษาจีนได้ด้วยเช่น กัน ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจและสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันดีระดับเยาวชน ระหว่าง 2 ประเทศต่อไป” รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร PIM กล่าว

โอกาสนี้ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร PIM ได้กล่าวต้อนรับและให้โอวาทแก่นักศึกษาจีน โดยมี ดร.ญาณตา นิติธนนันต์ รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการ PIM ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษาโครงการฯ ร่วมต้อนรับ และ น.ส.โซเฟีย ตง อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการฯ มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน เข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ PIM ได้ลงนามความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยซีหนาน (Southwest University) ในโครงการสนับสนุนเชื่อมโยงบุคลากรของจีนมาสอนในประเทศไทย เพื่อการเรียนการสอนภาษาจีนให้โรงเรียนมัธยมศึกษาเครือข่าย 10 แห่ง ด้วย
 

https://www.cpall.co.th/CSR-Center/c...

นักศึกษาจีนในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาคืออินเดียและเกาหลีใต้

จำนวนนักศึกษาจีนในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯอยู่ที่ระดับเกือบ 275,000 คน ถือเป็นกลุ่มนักศึกษาต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดในสหรัฐฯ

จำนวนนักศึกษาจีนในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 75% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับเกือบ 275,000 คน เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา ถือเป็นกลุ่มนักศึกษาต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดในสหรัฐฯในขณะนี้ คือ 31% จากจำนวนทั้งหมด 886,000 คน รองลงมาคือนักศึกษาจากอินเดียที่สัดส่วน 12% และอันดับสามคือนักศึกษาเกาหลีใต้ซึ่งมีสัดส่วนราว 7.7% ตามข้อมูลจาก Institute of International Education หรือ IIE
รายงานของ IIE ชิ้นนี้ระบุว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา จำนวนนักศึกษาจีนในสหรัฐเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้น 8.1% ขณะที่นักศึกษาอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่าคือ 17% โดยปัจจุบันนักศึกษาต่างชาติมีอัตราส่วนราว 4.2% ของนักศึกษาทั้งหมดในอเมริกา โดยมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ New York University, University of Southern California และ University of Illinois วิทยาเขต Urbana-Champaign
รายงานระบุด้วยว่า มีนักศึกษาอเมริกันเดินทางไปศึกษาในต่างประเทศราว 290,000 คนเมื่อปีการศึกษา 2012-2013 โดยมียุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอังกฤษ เป็นจุดหมายอันดับหนึ่งของนักศึกษาอเมริกันเหล่า
นั้น แต่ก็มีนักศึกษาอเมริกันไปเรียนต่อที่จีนและละตินอเมริกาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

รายงานจาก VOA และ Bloomberg / เรียบเรียงโดยทรงพจน์ สุภาผล

http://www.voathai.com/a/us-foreign-students/2526582.html

ปัจฉิมนิเทศนักศึกษาจีนจากซีอาน


ปัจฉิมนิเทศนักศึกษาจีนจากซีอาน

สาขาวิชาภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปัจฉิมนิเทศ นักศึกษาจาก Xi’an International Studies University ในวันที่ 25 พ.ค. 2558 

วันที่ 25 พ.ค. 2558 สาขาวิชาภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปัจฉิมนิเทศ นักศึกษาจาก Xi’an International Studies University ณ ห้องประชุม 2 อาคาร HS.05 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
นัก ศึกษาจาก Xi’an International Studies University จำนวน 18 คน ได้เดินทางมาศึกษาในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2557 โดยจะสำเร็จการศึกษาในอีก 1 เดือนข้างหน้า หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกงาน ทางหลักสูตรฯ จึงได้มีการจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและปัจฉิมนิเทศแก่นักศึกษา เพื่อสร้างความรู้สึกรักและภาคภูมิใจในสถาบัน และเพื่อให้นักศึกษาได้รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณาจารย์ในหลัก สูตรฯ เพื่อนำไปปรับใช้กับการศึกษาต่อหรือการทำงานต่อไป ในการนี้ได้รับเกียรติจาก รศ. ดร. กุลธิดา ท้วมสุข คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ฯ กล่าวให้โอวาทพร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษา และยังมีอาจารย์จากสาขาวิชาภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ มาร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีแก่นักศึกษาในงานดังกล่าวด้วย
นัก ศึกษาจีนทั้ง 18 คน ได้กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาศึกษา ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยนักศึกษารู้สึกประทับใจที่ได้มาเรียนภาษาไทยที่คณะมนุษยศาสตร์ฯ เพราะอาจารย์ดูแลเป็นอย่างดี ทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ภาษาไทยและร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทย โดยนักศึกษามีโอกาสได้ไปฝึกงานในหน่วยงานราชการและเอกชน อาทิ สำนักวัฒนธรรม จังหวัดขอนแก่น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 จังหวัดขอนแก่น KTV Cable KhonKaen และกองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น ทำให้นักศึกษาได้ฝึกใช้ภาษาไทยและพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาไทยให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมอีสาน ทำให้เข้าใจคนในท้องถิ่นอีสานรวมถึงคนไทยมากขึ้น นักศึกษายังบอกอีกว่า การได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเวลา 1 ปี รู้สึกว่าขอนแก่นเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศไทย และนับเป็นช่วงเวลาที่ดีมากที่ทำให้มีความทรงจำที่ดี เมื่อกลับไปที่ประเทศจีนแล้วจะแนะนำและเล่าประสบการณ์ให้รุ่นน้องฟัง และหากมีโอกาสก็จะกลับมาที่ขอนแก่นอีกอย่างแน่นอน
ใน ช่วงสุดท้าย ตัวแทนนักศึกษาจีนได้มอบมาลัยแด่อาจารย์ และร้องเพลงจีนและเพลงไทย เพื่อเป็นการขอบคุณคณาจารย์และเพื่อนนักศึกษาชาวไทย และถ่ายภาพร่วมกันก่อนจบพิธีปัจฉิมนิเทศอย่างอบอุ่น

https://www.youtube.com/watch?v=IJUDKoCoTvw
ข่าว/ภาพ: สุภัสสร ศรีมนตรี
วีดีโอ: วรรธนะ ปัญบุตร

“ตลาดและโอกาสธุรกิจทางการศึกษาของไทยในมณฑลยูนนาน”

“ตลาดและโอกาสธุรกิจทางการศึกษาของไทยในมณฑลยูนนาน”



มณฑลยูนนานเป็นมณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด และถือเป็นประตูเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างมณฑลอื่นๆ ของจีนกับไทย นอกจากนี้ ไทยและจีนยังได้พัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศาสนา การท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาษาไทยทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับชาวจีนยูนนานที่ต้องการมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับไทยในปัจจุบัน
ทำไมชาวยูนนานจึงสนใจเรียนภาษาไทย ?
ปัจจุบันภาษาไทยในมณฑลยูนนานถือเป็นภาษาต่างประเทศที่ สำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากภาษาอังกฤษ สาเหตุสำคัญหลายประการที่ทำให้ภาษาไทยกลายเป็น “ทางเลือกใหม่” ของชาวยูนนาน และให้ความสนใจศึกษามากกว่าภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เช่น พม่า เวียดนาม ลาว เป็นต้น มีดังนี้
1. การเติบโตของภาคเศรษฐกิจและธุรกิจการค้า
การติดต่อค้าขายระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนานมี มาอย่างยาวนาน ในอดีตการคมนาคมจะต้องอาศัยแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางการขนส่งหลัก แต่หลังจากที่มีการเปิดใช้เส้นทางหลวงคุนหมิง – กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2551 ทำให้ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนานเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่อง โดยในปี 2549 ไทยและยูนนานมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2550 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2551 มูลค่าการค้าเพิ่มเป็น 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ การเปิดการค้าเสรีจีน – อาเซียน ยังจะส่งผลให้ทุกมณฑลในประเทศจีนมีการติดต่อค้าขายกับภูมิภาคอาเซียนรวมถึง ประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยนักธุรกิจชาวยูนนานจำนวนมาก ต่างให้ความสนใจกับการขยายธุรกิจการค้าไปยังประเทศไทย เพราะนอกจากรัฐบาลไทยจะมีนโยบายให้สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนต่างชาติจำนวน มากแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าและมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอื่นๆ ด้วยเหตุดังกล่าว ภาษาไทยจึงกลายเป็นตัวกลางสำคัญในการติดต่อทางธุรกิจและการค้า ที่ชาวยูนนานได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ในการเรียนรู้อย่างยิ่ง ดังนั้น ในบริษัทเอกชนและภาคธุรกิจของมณฑลยูนนานส่วนใหญ่ จึงมีความต้องการใช้งานบุคลากรที่มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยติดต่อสื่อสาร ได้เป็นอย่างดี
2. ความสอดคล้องด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
มณฑลยูนนานนอกจากจะเป็นมณฑลที่มีอาณาเขตใกล้เคียง กับประเทศไทยมากที่สุด ยังมีความคล้ายคลึงด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และขนมธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชาวไตลื้อ” ที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ซึ่งมีภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีใกล้เคียงกับไทย ชาวไตลื้อจำนวนมากอพยพไปตั้งรกรากถิ่นฐานในภาคเหนือของประเทศไทย และยังคงติดต่อปฏิสัมพันธ์กับญาติพี่น้องในเขตฯ
สิบสองปันนา ด้วยเหตุดังกล่าว ชาวไตลื้อในมณฑลยูนนานจำนวนมากจึงนิยมเรียนภาษาไทย และมีทัศนคติในทางบวกเกี่ยวกับประเทศไทย เนื่องจากความคล้ายคลึงด้านภาษาและวัฒนธรรม ทำให้ชาวไตลื้อที่เรียนภาษาไทย สามารถเรียนรู้ได้เร็ว และสามารถออกเสียงภาษาไทยได้อย่างชัดเจน
3. ความนิยมชื่นชอบในการท่องเที่ยวที่ประเทศไทย
จากสถิติการออกวีซ่าของสถานกงสุลใหญ่นครคุนหมิงพบ ว่า ในแต่ละปีจะมีประชาชนชาวจีนเดินทางมาขอวีซ่าท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 คน และจากข้อมูลทางสื่อมวลชนท้องถิ่นของจีน ระบุด้วยว่า ประชนชนชาวคุนหมิงนิยมไปท่องเที่ยวประเทศไทยมากที่สุดในกลุ่มประเทศภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ จากการสอบถามชาวจีนผู้ที่เคยไปท่องเที่ยวประเทศไทยยังพบว่า ชาวจีนที่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวไทย ประสงค์จะใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร เช่น สอบถามเส้นทาง หรือซื้อสินค้า เนื่องจากทำให้มีความรู้สึกใกล้ชิด และเป็นกันเองมากกว่าการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร ดังนั้น ความต้องการในการศึกษาภาษาไทยจึงมากตามไปด้วย
4. สาเหตุอื่น ๆ
ประชาชนชาวยูนนานมีฐานะทางเศรษฐกิจและมีรายได้เฉลี่ยไม่ สูงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับประชาชนจีนที่อาศัยอยู่ในแถบภาคตะวันออกของประเทศ จากการสอบถามผู้ปกครองของนักเรียนคุนหมิง ที่เคยเดินทางมาสอบถามข้อมูลการศึกษาต่อในประเทศไทย ณ สถานกงสุลใหญ่พบว่า การส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อยังประเทศไทยนั้น มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการไปศึกษาต่อที่ทวีปยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย ประกอบกับประเทศไทยอยู่ใกล้กับมณฑลยูนนาน สามารถเดินทางสะดวกรวดเร็วและไปเยี่ยมบุตรหลานได้บ่อยครั้ง โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดต่อกับประเทศจีนมากขึ้น ดังนั้น จึงเห็นว่าการส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อที่ประเทศไทย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ จากการสอบถามนักศึกษาที่เรียนวิชาเอกภาษาไทยพบว่า การเลือกเรียนภาษาไทยในมณฑลยูนนานนั้น มีข้อได้เปรียบมากกว่าการเลือกเรียนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อได้เปรียบในเรื่องการหางานหลังจากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ซึ่งนอกจากการเป็นอาจารย์ ล่าม มัคคุเทศก์ หรือบริษัทร้านค้าต่าง ๆ ที่มีคณะนักท่องเที่ยวชาวไทยมีเยี่ยมชมแล้ว ยังมีโอกาสเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนที่ประเทศไทยด้วย
มณฑลยูนนานกับความพร้อมด้านการเรียนการสอน “ภาษาไทย”
ปัจจุบันสถาบันการศึกษาหลายแห่งในมณฑลยูนนาน ทั้งระดับโรงเรียนมัธยมศึกษา และระดับมหาวิทยาลัย ล้วนให้ความสนใจในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ได้มีการเปิดการเรียนการสอนทั้งในแบบวิชาเอกภาษาไทย และวิชาเลือกเสรี ซึ่งนอกจากจะเป็นไปตามนโยบายการเรียนการสอนภาษาประเทศเพื่อนบ้านของมณฑลยู นนานแล้ว ยังเป็นการตอบสนองกับความต้องการของนักเรียนและนักศึกษาจีน ที่ต้องการใช้ความรู้ภาษาไทย เป็นใบเบิกทางในตลาดแรงงานปัจจุบัน สำหรับสถาบันการศึกษาของยูนนานที่สำคัญ ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดการเรียนการสอนภาษาไทย และมีความร่วมมือกับหลายสถาบันการศึกษาของไทย มีดังต่อไปนี้

ความเป็นมา
มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2536 โดยมีทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท (เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในมณฑลยูนนานที่เปิดหลักสูตรวิชาเอกภาษาไทยใน ระดับปริญญาโท) นอกจากนี้ ยังมีการศึกษานอกระบบ (อนุปริญญา) อีกด้วย

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งหมด 270 คน แบ่งเป็น 6 ห้อง มีนักศึกษาระดับปริญญาโททั้งหมด 70 คน และนักศึกษาระดับอนุปริญญามีทั้งหมด 280 คน แบ่งเป็น 5 ห้อง โดยมีอาจารย์คนจีน 9 คน และอาจารย์คนไทยจากมหาวิทยาลัยบูรพา 1 คน (นักศึกษาหลายคนที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่ ได้ไปเป็นอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในยูนนาน )
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระดับปริญญาตรีในรูปแบบ 3+1 กับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งนักศึกษาจีนจะศึกษาภาษาไทยที่ประเทศจีนในชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 ส่วนในชั้นปีที่ 3 นักศึกษาจะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี และในชั้นปีที่ 4 จะกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนานอีกครั้ง นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังได้จัดให้นักศึกษาระดับอนุปริญญาที่จบการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือศึกษาหลักสูตรภาษาไทยระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี และราชภัฎอุตรดิตถ์อีกด้วย
มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน
(Yunnan Nationalities University)
(云南民族大学)




มหาวิทยาลัยโทรทัศน์และวิทยุยูนนาน (Yunnan TV and Radio University)
(云南广播电视大学)

ความเป็นมา
เปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยควบคู่กับวิชาเอกภาษาอังกฤษตั้งแต่ปี 2536 โดยเปิดเป็นหลักสูตรปริญญาบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระยะเวลาการศึกษา 3 ปี

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาภาษาไทยแต่ละปีการศึกษาประมาณ 100 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ห้อง อาจารย์ผู้สอนทั้งหมด 4 คน แบ่งเป็นอาจารย์ประจำคนจีน 3 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี นักศึกษาจำนวนหนึ่งที่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรียังมหาวิทยาลัยในประเทศไทย มหาวิทยาลัยที่ได้ติดต่อ คือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทุกปีการศึกษาจะมีโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอนปีละ 1 คน


ความเป็นมา
เริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งถือเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาแห่งแรกในนครคุนหมิงที่เปิดการเรียนการ สอนภาษาไทย โดยเปิดเป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน โรงเรียนมีการเรียนการสอนภาษาไทยตั้งแต่ระดับชั้น ม.4 – ม.6 แบ่งเป็น 3 ห้องเรียน ระดับละ 1 ห้องเรียน นักเรียนทั้งหมดประมาณ 110 คน และอาจารย์ประจำคนจีน 1 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ใน ทุกปีการศึกษา นักเรียนที่เรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวนหนึ่ง จะไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น

โรงเรียนภาษาต่างประเทศคุนหมิง
(Kunming Foreign Language School)
(昆明外国语学校)
มหาวิทยาลัยคุนหมิง
(Kunming University)
(昆明学院)

ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2545 โดยเปิดการสอนภาควิชาภาษาไทยเฉพาะสาขามัคคุเทศก์เท่านั้น

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน จากอดีต จนถึงปัจจุบัน มีนักศึกษาภาควิชาภาษาไทยทั้งสิ้น 140 คน และที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้มีจำนวน 39 คน โดยนักศึกษาที่จบการศึกษาแล้ว สามารถที่จะใช้ภาษาไทยในการสนทนาในชีวิตประจำวัน และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างดี
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา 2+2 ปีกับมหาวิทยาลัย 3 แห่งในประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย โดยมุ่งเน้นการศึกษาด้านบริหารการท่องเที่ยว วัฒนธรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีโครงการที่จะติดต่อกับมหาวิทยาลัยไทยอีก 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเป็นวิชาเอก เมื่อปี 2546 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาจีนเรียนภาษาไทยมากกว่า 500 คน จากจำนวนนักศึกษาทั้งหมด 4,000 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยร่วมมือกับวิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง (Lampang Inter Tech College-LITC) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และเทศบาลเชียงราย โดยการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอน รวมทั้งสนับสนุนการสร้างศูนย์ภาษาจีนที่ LITC และเทศบาลนครเชียงราย ซึ่ง LITC ยังสร้างศูนย์ภาษาไทยให้แก่วิทยาลัย นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังมีการส่งนักศึกษาไปฝึกงานที่ประเทศไทย

วิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคโนโลยีสิบสองปันนา (Xishuangbanna Vocational and Technical Institute)
(西双版纳职业技术学院)
โรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิง
(Kunming Tourism Vocational School)
(昆明旅游职业高级中学)

ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2546 เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.)

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนเอกวิชาภาษาไทยทั้งหมด 7 ห้อง จำนวน 265 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนคนจีน 3 คน และอาจารย์คนไทยอีก 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันโรงเรียนมีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยราช ภัฎลำปาง โดยนักเรียนที่จบจากโรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิงสามารถเข้าศึกษาต่อยัง มหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบ นอกจากนี้ ยังมีการติดต่อแลกเปลี่ยนบุคลากรครูชาวจีนและไทย โดยผ่านกระทรวงศึกษาธิการของไทยด้วย


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.)

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีวัตุประสงค์เพื่อฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ มีนักเรียนมากกว่า 200 คน มีอาจารย์คนจีน 4 คน และอาจารย์ไทย 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี โครงการส่งนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนศรีธนาพณิชยการเทคโนโลยี เชียงใหม่ และโรงเรียนบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ เป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 - 5 เดือน นอกจากนี้ ยังมีแผนการส่งนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

โรงเรียนการท่องเที่ยวมณฑลยูนนาน
(Yunnan Provincial Tourism School)
(云南省旅游学校)
มหาวิทยาลัยครูยวี่ซี
(Yuxi Normal University)
(玉溪师范学院)

ความเป็นมา
เดิมมหาวิทยาลัยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือกเมื่อปี 2541 และได้เปิดสอนเป็นวิชาเอกภาษาไทยในปี 2548 โดยเป็นหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี และหลักสูตรอนุปริญญา 2 ปี

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มี นักศึกษาประมาณ 150 คน โดยแบ่งเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศไทย 80 คน (ชั้นปีที่ 3) และเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศจีนอีก 70 คน (ชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2)
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยมี ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในประเทศไทยกว่า 7 แห่ง ที่สำคัญ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย และโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่


ความเป็นมา
เปิดสอนวิชาภาษาไทยตั้งแต่ปี 2548 โดยบรรจุเป็นวิชาเสริมในคณะป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยทั้งหมด 4 ห้อง รวมจำนวนประมาณ 200 คน มีอาจารย์คนไทยที่มาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี การติดต่อร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจไทยตั้งแต่ปี 2542 โดยได้ส่งอาจารย์ และนักศึกษาแลกเปลี่ยนกันแล้วถึง 6 รุ่น รวมจำนวนทั้งหมด 106 คน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันแต่งหนังสือแบบเรียนสำหรับนักเรียนตำรวจ ที่เป็นฉบับภาษาจีน ไทย อังกฤษ รวม 3 ภาษาด้วย

มหาวิทยาลัยตำรวจยูนนาน
(Yunnan Police Officer Academy)
(云南警官学院)
มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินมณฑลยูนนาน (Yunnan University of Finance and Economics)
(云南财经大学)

ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ คือ ภาษาเวียดนาม และพม่า
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ คือ ภาษาเวียดนาม และพม่า
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน ภาษาไทยเป็นภาษาที่นักศึกษาชาวจีนให้ความนิยมเลือกเรียนมากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 100 คน ในขณะที่นักศึกษาเลือกเรียนภาษาเวียดนาม 28 คน และภาษาพม่า 25 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ร่วม มือกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และประสงค์จะขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของไทย ที่เน้นด้านการพาณิชย์ เศรษฐศาสตร์และการเงิน โดยในปัจจุบัน สถานกงสุลใหญ่ได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทร-วิโรฒประสานมิตรให้แล้ว

มหาวิทยาลัยครู มณฑลยูนนาน
(Yunnan Normal University)
(云南师范大学)

ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 ในปี 2553 จะเปิดเป็นวิชาเอกภาษาไทยในคณะภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยภาคเรียนละ 1 ห้องเป็นจำนวน 50 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนชาวไทย 2 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันโรงเรียนมีโครงการความร่วมมือ “1 + 4” กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในไทย อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 โดยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน ภาษาไทยได้รับความนิยมจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันมีนักศึกษาเลือกเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเลือกมากกว่า 100 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีความร่วมมือในด้านการวิจัย และการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คุนหมิง
(Kunming University of Science and Technology) (昆明理工大学 )
“ธุรกิจการศึกษาในคุนหมิง” โอกาสใหม่ที่นักลงทุนไทยควรจับตามอง
จากสถิติการออกวีซ่าของสถานกงสุลใหญ่นครคุนหมิงพบว่า ในแต่ละปีจะมีนักศึกษาจีนเดินทางมาขอวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อยังประเทศไทยมาก ถึง 2,000 คน และตั้งแต่ปีกลาง 2551 นักศึกษาจีนที่เดินทางมาสอบถามข้อมูลการศึกษาโดยตรงจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทย ในจีน ณ นครคุนหมิง (Thailand Business Information Center in Kunming, www.thaibizchina.com) มีจำนวนมากกว่า 80 คน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญกับภาษาไทยที่มีต่อนักเรียนและนักศึกษาชาวยูนนาน
“ธุรกิจการศึกษา” จึงมีศักยภาพเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทย หรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการต่อยอดหรือทำธุรกิจในมณฑลยูนนาน สำหรับแนวทางธุรกิจที่น่าจับตามองมีดังต่อไปนี้
1. โรงเรียนเสริมทักษะวิชาภาษาไทย
ปัจจุบันในมณฑลยูนนานหรือนครคุนหมิง ยังมีโรงเรียนเสริมทักษะวิชาภาษาไทยเพียงไม่กี่แห่ง โดยสถาบันทั้งหมดมีนักลงทุนและผู้บริหารเป็นชาวจีน มีอาจารย์ผู้สอนก็เป็นอาจารย์ชาวจีน อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาต่างประเทศนั้น การเรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษามีความสำคัญอย่างยิ่ง สถาบันการเรียนภาษาต่างประเทศ ที่มีอาจารย์เจ้าของภาษาเป็นผู้ดำเนินการสอน มักได้รับความสนใจมากกว่าสถาบันที่ใช้อาจารย์ผู้สอนเป็นชาวจีน ยกตัวอย่างเช่น สถาบันเสริมทักษะวิชาภาษาอังกฤษ SHANE ENGLISH SCHOOL ซึ่งตั้งอยู่ทั้งในมณฑลยูนนานและมณฑลอื่นๆ ของจีน เป็นสถาบันที่มีความร่วมมือกับประเทศอังกฤษ และมีอาจารย์ผู้สอนมาจากประเทศอังกฤษโดยตรง ปัจจุบันถือเป็นสถาบันเสริมทักษะภาษาอังกฤษที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและ เป็นที่นิยมของชาวจีน
ดังนั้น การเปิดโรงเรียนสอนพิเศษหรือเสริมทักษะภาษาไทยที่ดำเนินการ และจัดการเรียนการสอนโดยคนไทย โดยตรง น่าจะกลายเป็นจุดแข็งและข้อได้เปรียบที่สามารถใช้แข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันได้เป็นอย่างดี
2. ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อในประเทศไทย
จากการสอบถามข้อมูลจากนักศึกษาจีน ที่เดินทางมาติดต่อขอข้อมูลการศึกษาจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง พบว่า เนื่องจากนักศึกษาจีนที่สนใจไปเรียนต่อที่ประเทศไทยส่วนมากไม่สามารถติดต่อ มหาวิทยาลัยในไทยด้วยตนเอง จึงจำเป็นต้องใช้บริการศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งคิดค่าบริการราคาแพง โดยเฉลี่ยต่อคนประมาณ 5,000 – 8,000 หยวน ถือเป็นค่าบริการที่สูงมากสำหรับนักศึกษา ทั้งนี้ ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศดังกล่าว นอกจากจะให้บริการด้านข้อมูล และช่วยติดต่อส่งนักศึกษาไปเรียนต่อที่สถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้ ยังมีบริการฝึกอบรมความรู้ภาษาไทยเบื้องต้นก่อนการเดินทางไปศึกษาต่อด้วย
ปัจจุบันศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิงได้ให้บริการด้านข้อมูลการศึกษาต่อในประเทศไทยแก่นักเรียนและนัก ศึกษาจีน ควบคู่ไปกับการให้ข้อมูลด้านธุรกิจและการลงทุนแก่นักธุรกิจไทย อย่างไรก็ตาม หากสถาบันการศึกษาของไทย หรือนักลงทุนไทยที่สนใจเปิดศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อ ก็น่าจะถือว่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีศักยภาพเช่นกัน



ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธันวาคม 2552
โดย : นายโอภาส เหลืองดาวเรือง

มณฑลยูนนาน / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง

ความร่วมมือด้านการศึกษา สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง

ความร่วมมือด้านการศึกษา
         ไทยกับยูนนานมีความร่วมมือด้านการศึกษาอย่างแข็งขัน และเข้มข้น โดยมีการแลกเปลี่ยนนักศึกษา อาจารย์ และการให้ทุนการศึกษาระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้เวียนโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรและนัก ศึกษาไทยกับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมถึงยูนนาน เป็นประจำทุกปี ในขณะเดียวกัน นักศึกษาไทยนิยมเดินทางมาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในยูนนาน อาทิ มหาวิทยาลัยยูนนาน มหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอล มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคุนหมิง มหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์ยูนนาน และมหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน รวมถึงเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา รวมปีละประมาณ 2,000 คน ทั้งนี้ รัฐบาลยูนนานจัดให้ความร่วมมือด้านการศึกษากับไทยมีความสำคัญอันดับต้น โดยในปีที่ผ่านมา    นักศึกษาไทยได้รับทุนการศึกษา 98 ทุน มากที่สุดในประเทศสมาชิก GMS
       ปัจจุบัน ภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่นักศึกษาจีนยู นนาน มีนักศึกษาจีน เรียนวิชาเกี่ยวกับไทย และภาษาไทย มากกว่า 4,000 คน ในสถาบันการศึกษา 30 แห่งทั่วมณฑล  ยูนนาน และมีนักศึกษาจีนยูนนานเดินทางไปศึกษาต่อในประเทศไทยปีละประมาณ 2,000 คน  และกรมการศึกษา มณฑลยูนนานได้มีนโยบายให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในมณฑลยูนนานเปิดสอน วิชาภาษาไทยเป็นวิชาเลือก ซึ่งช่วยให้ภาษาไทยเป็นที่นิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สถาบันการศึกษาของยูนนานที่มีการเรียนการสอนภาษาไทยโดดเด่นที่สุด ได้แก่ มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนานเป็น 1 ใน 6 ของมหาวิทยาลัยทั่วจีน ที่เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเอกในระดับปริญญาตรี และเป็นแห่งเดียวในมณฑลยูนนานที่เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเอกระดับปริญญาโท โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างการเสนอขอเปิดหลักสูตรปริญญาเอก
        ล่าสุด ได้มีการการจัดทดสอบมาตรฐานสมรรถภาพภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศเป็นครั้ง แรกในมณฑลยูนนาน และเป็นสถาบันการศึกษาแห่งที่ 4 ของจีน โดยความร่วมมือระหว่างศูนย์ภาษาไทยสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับศูนย์ไทยศึกษา มหาวิทยาลัยยูนนาน เมื่อ 14-16 พฤษภาคม 2555  ซึ่งสอดรับกับแนวโน้มของความนิยมการเรียนการสอนภาษาไทยในยูนนานที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง และจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาไทยของ สถาบันการศึกษาในยูนนานให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับปริมาณที่เพิ่มขึ้นของนักศึกษาจีนยูนนานที่สนใจเรียนภาษาไทย
       ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาในมณฑลยูนนานกับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย
        1. มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน (Yunnan Nationalities University)
ความเป็นมา  มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2536 โดยมีทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท (เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในมณฑลยูนนานที่เปิดหลักสูตรวิชาเอกภาษาไทยใน ระดับปริญญาโท) นอกจากนี้ ยังมีการศึกษานอกระบบ (อนุปริญญา) อีกด้วย
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน  มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งหมด 270 คน แบ่งเป็น 6 ห้อง มีนักศึกษาระดับปริญญาโททั้งหมด 70 คน และนักศึกษาระดับอนุปริญญามีทั้งหมด 280 คน แบ่งเป็น 5 ห้อง โดยมีอาจารย์คนจีน 9 คน และอาจารย์คนไทยจากมหาวิทยาลัยบูรพา 1 คน (นักศึกษาหลายคนที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่ ได้ไปเป็นอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในยูนนาน )
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  ปัจจุบันมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระดับปริญญาตรีในรูปแบบ 3+1 กับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งนักศึกษาจีนจะศึกษาภาษาไทยที่ประเทศจีนในชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 ส่วนในชั้นปีที่ 3 นักศึกษาจะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี และในชั้นปีที่ 4 จะกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนานอีกครั้ง นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังได้จัดให้นักศึกษาระดับอนุปริญญาที่จบการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือศึกษาหลักสูตรภาษาไทยระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี และราชภัฎอุตรดิตถ์อีกด้วย
      2. มหาวิทยาลัยโทรทัศน์และวิทยุยูนนาน (Yunnan TV and Radio University)
ความเป็นมา  เปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยควบคู่กับวิชาเอกภาษาอังกฤษตั้งแต่ปี 2536 โดยเปิดเป็นหลักสูตรปริญญาบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระยะเวลาการศึกษา 3 ปี
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน  มีนักศึกษาภาษาไทยแต่ละปีการศึกษาประมาณ 100 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ห้อง อาจารย์ผู้สอนทั้งหมด 4  คน แบ่งเป็นอาจารย์ประจำคนจีน 3 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรียังมหาวิทยาลัยในประเทศไทย มหาวิทยาลัยที่ได้ติดต่อ คือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทุกปีการศึกษาจะมีโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอนปีละ 1 คน
      3. โรงเรียนภาษาต่างประเทศคุนหมิง (Kunming Foreign Language School)
ความเป็นมา  เริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งถือเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาแห่งแรกในนครคุนหมิงที่เปิดการเรียนการ สอนภาษาไทย โดยเปิดเป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน  โรงเรียนมีการเรียนการสอนภาษาไทยตั้งแต่ระดับชั้น ม.4 – ม.6 แบ่งเป็น 3 ห้องเรียน ระดับละ 1 ห้องเรียน นักเรียนทั้งหมดประมาณ 110 คน และอาจารย์ประจำคนจีน 1 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  ใน ทุกปีการศึกษา นักเรียนที่เรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวนหนึ่ง จะไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น
      4. มหาวิทยาลัยคุนหมิง (Kunming University)
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2545 โดยเปิดการสอนภาควิชาภาษาไทยเฉพาะสาขามัคคุเทศก์เท่านั้น
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีนักศึกษาภาควิชาภาษาไทยทั้งสิ้น 140 คน และที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้มีจำนวน 39 คน โดยนักศึกษาที่จบการศึกษาแล้ว สามารถที่จะใช้ภาษาไทยในการสนทนาในชีวิตประจำวัน และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างดี
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา 2+2 ปีกับมหาวิทยาลัย 3 แห่งในประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย โดยมุ่งเน้นการศึกษาด้านบริหารการท่องเที่ยว วัฒนธรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้  ในอนาคตยังมีโครงการที่จะติดต่อกับมหาวิทยาลัยไทยอีก 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา
      5. วิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคโนโลยีสิบสองปันนา  (Xishuangbanna Vocational and Technical Institute)
ความเป็นมา  เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเป็นวิชาเอก เมื่อปี 2546 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน  มีนักศึกษาจีนเรียนภาษาไทยมากกว่า 500 คน จากจำนวนนักศึกษาทั้งหมด 4,000 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ร่วมมือกับวิทยาลัยอินเตอร์เทค
ลำปาง (Lampang Inter Tech College-LITC) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และเทศบาลเชียงราย โดยการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอน รวมทั้งสนับสนุนการสร้างศูนย์ภาษาจีนที่ LITC และเทศบาลนครเชียงราย ซึ่ง LITC ยังสร้างศูนย์ภาษาไทยให้แก่วิทยาลัย นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังมีการส่งนักศึกษาไปฝึกงานที่ประเทศไทย
      6. โรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิง (Kunming Tourism Vocational School)
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2546 เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.)
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนเอกวิชาภาษาไทยทั้งหมด 7 ห้อง จำนวน 265 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนคนจีน 3 คน และอาจารย์คนไทยอีก 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  ปัจจุบันโรงเรียนมีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัย ราชภัฎลำปาง โดยนักเรียนที่จบจากโรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิงสามารถเข้าศึกษาต่อยัง มหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบ นอกจากนี้ ยังมีการติดต่อแลกเปลี่ยนบุคลากรครูชาวจีนและไทย โดยผ่านกระทรวงศึกษาธิการของไทยด้วย
      7. โรงเรียนการท่องเที่ยว มณฑลยูนนาน (Yunnan Provincial Tourism School)
ความเป็นมา  เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.)
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน  มีวัตุประสงค์เพื่อฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ มีนักเรียนมากกว่า 200 คน มีอาจารย์คนจีน 4 คน และอาจารย์ไทย 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  มีโครงการส่งนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนศรีธนาพณิชยการเทคโนโลยี เชียงใหม่ และโรงเรียนบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ เป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 - 5 เดือน นอกจากนี้ ยังมีแผนการส่งนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
      8. มหาวิทยาลัยครูยวี่ซี  (Yuxi Normal University)
ความเป็นมา เดิมมหาวิทยาลัยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือกเมื่อปี 2541 และได้เปิดสอนเป็นวิชาเอกภาษาไทยในปี 2548 โดยเป็นหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี และหลักสูตรอนุปริญญา 2 ปี
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาประมาณ 150 คน โดยแบ่งเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศไทย 80 คน (ชั้นปีที่ 3) และเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศจีนอีก 70 คน (ชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2)
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในประเทศไทยกว่า 7 แห่ง ที่สำคัญ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย และโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
      9. มหาวิทยาลัยตำรวจยูนนาน (Yunnan Police Officer Academy)
ความเป็นมา เปิดสอนวิชาภาษาไทยตั้งแต่ปี 2548 โดยบรรจุเป็นวิชาเสริมในคณะป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยทั้งหมด 4 ห้อง รวมจำนวนประมาณ 200 คน มีอาจารย์คนไทยที่มาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ 1 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  มีการติดต่อร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจไทยตั้งแต่ปี 2542  โดยได้ส่งอาจารย์ และนักศึกษาแลกเปลี่ยนกันแล้วถึง 6 รุ่น รวมจำนวนทั้งหมด 106 คน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันแต่งหนังสือแบบเรียนสำหรับนักเรียนตำรวจ ที่เป็นฉบับภาษาจีน ไทย อังกฤษ รวม 3 ภาษาด้วย
      10. มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินมณฑลยูนนาน  (Yunnan University of Finance and Economics)
ความเป็นมา  เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ  คือ ภาษาเวียดนาม และพม่า
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน  ภาษาไทยเป็นภาษาที่นักศึกษาชาวจีนให้ความนิยมเลือกเรียนมากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 100 คน ในขณะที่นักศึกษาเลือกเรียนภาษาเวียดนาม 28 คน และภาษาพม่า 25 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และประสงค์จะขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของไทย ที่เน้นด้านการพาณิชย์ เศรษฐศาสตร์และการเงิน โดยในปัจจุบัน สถานกงสุลใหญ่ได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตรให้แล้ว
     11. มหาวิทยาลัยครู มณฑลยูนนาน (Yunnan Normal University)
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 ในปี 2553 จะเปิดเป็นวิชาเอกภาษาไทยในคณะภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยภาคเรียนละ 1 ห้องเป็นจำนวน 50 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนชาวไทย 2 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีโครงการความร่วมมือ “1 + 4” กับมหาวิทยาลัย  ต่าง ๆ ในไทย อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น และมีโครงการความร่วมมือ “2+2” กับมหาวิทยาลัยศิลปากร
       12. มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคุนหมิง  (Kunming University of Science and Technology)
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 โดยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก
การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน  ภาษาไทยได้รับความนิยมจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันมีนักศึกษาเลือกเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเลือกมากกว่า 100 คน
ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย  มีความร่วมมือในด้านการวิจัย และการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

14 มิ.ย. 2555 16:05:00
http://www.thaiembassy.org/kunming/th/thai-people/17289--ความร่วมมือด้านการศึกษา.html