“ตลาดและโอกาสธุรกิจทางการศึกษาของไทยในมณฑลยูนนาน”
|
|
มณฑลยูนนานเป็นมณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด และถือเป็นประตูเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างมณฑลอื่นๆ ของจีนกับไทย นอกจากนี้ ไทยและจีนยังได้พัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศาสนา การท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาษาไทยทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับชาวจีนยูนนานที่ต้องการมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับไทยในปัจจุบัน |
ทำไมชาวยูนนานจึงสนใจเรียนภาษาไทย ?
ปัจจุบันภาษาไทยในมณฑลยูนนานถือเป็นภาษาต่างประเทศที่
สำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากภาษาอังกฤษ
สาเหตุสำคัญหลายประการที่ทำให้ภาษาไทยกลายเป็น “ทางเลือกใหม่” ของชาวยูนนาน
และให้ความสนใจศึกษามากกว่าภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เช่น พม่า เวียดนาม
ลาว เป็นต้น มีดังนี้ 1. การเติบโตของภาคเศรษฐกิจและธุรกิจการค้า
การติดต่อค้าขายระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนานมี มาอย่างยาวนาน ในอดีตการคมนาคมจะต้องอาศัยแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางการขนส่งหลัก แต่หลังจากที่มีการเปิดใช้เส้นทางหลวงคุนหมิง – กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2551 ทำให้ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนานเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อ เนื่อง โดยในปี 2549 ไทยและยูนนานมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2550 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2551 มูลค่าการค้าเพิ่มเป็น 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ การเปิดการค้าเสรีจีน – อาเซียน ยังจะส่งผลให้ทุกมณฑลในประเทศจีนมีการติดต่อค้าขายกับภูมิภาคอาเซียนรวมถึง ประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยนักธุรกิจชาวยูนนานจำนวนมาก ต่างให้ความสนใจกับการขยายธุรกิจการค้าไปยังประเทศไทย เพราะนอกจากรัฐบาลไทยจะมีนโยบายให้สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนต่างชาติจำนวน มากแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าและมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอื่นๆ ด้วยเหตุดังกล่าว ภาษาไทยจึงกลายเป็นตัวกลางสำคัญในการติดต่อทางธุรกิจและการค้า ที่ชาวยูนนานได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ในการเรียนรู้อย่างยิ่ง ดังนั้น ในบริษัทเอกชนและภาคธุรกิจของมณฑลยูนนานส่วนใหญ่ จึงมีความต้องการใช้งานบุคลากรที่มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยติดต่อสื่อสาร ได้เป็นอย่างดี
2. ความสอดคล้องด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
มณฑลยูนนานนอกจากจะเป็นมณฑลที่มีอาณาเขตใกล้เคียง กับประเทศไทยมากที่สุด ยังมีความคล้ายคลึงด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และขนมธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชาวไตลื้อ” ที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ซึ่งมีภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีใกล้เคียงกับไทย ชาวไตลื้อจำนวนมากอพยพไปตั้งรกรากถิ่นฐานในภาคเหนือของประเทศไทย และยังคงติดต่อปฏิสัมพันธ์กับญาติพี่น้องในเขตฯ
สิบสองปันนา ด้วยเหตุดังกล่าว ชาวไตลื้อในมณฑลยูนนานจำนวนมากจึงนิยมเรียนภาษาไทย และมีทัศนคติในทางบวกเกี่ยวกับประเทศไทย เนื่องจากความคล้ายคลึงด้านภาษาและวัฒนธรรม ทำให้ชาวไตลื้อที่เรียนภาษาไทย สามารถเรียนรู้ได้เร็ว และสามารถออกเสียงภาษาไทยได้อย่างชัดเจน
3. ความนิยมชื่นชอบในการท่องเที่ยวที่ประเทศไทย
จากสถิติการออกวีซ่าของสถานกงสุลใหญ่นครคุนหมิงพบ ว่า ในแต่ละปีจะมีประชาชนชาวจีนเดินทางมาขอวีซ่าท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 คน และจากข้อมูลทางสื่อมวลชนท้องถิ่นของจีน ระบุด้วยว่า ประชนชนชาวคุนหมิงนิยมไปท่องเที่ยวประเทศไทยมากที่สุดในกลุ่มประเทศภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ จากการสอบถามชาวจีนผู้ที่เคยไปท่องเที่ยวประเทศไทยยังพบว่า ชาวจีนที่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวไทย ประสงค์จะใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร เช่น สอบถามเส้นทาง หรือซื้อสินค้า เนื่องจากทำให้มีความรู้สึกใกล้ชิด และเป็นกันเองมากกว่าการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร ดังนั้น ความต้องการในการศึกษาภาษาไทยจึงมากตามไปด้วย
4. สาเหตุอื่น ๆ
ประชาชนชาวยูนนานมีฐานะทางเศรษฐกิจและมีรายได้เฉลี่ยไม่ สูงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับประชาชนจีนที่อาศัยอยู่ในแถบภาคตะวันออกของประเทศ จากการสอบถามผู้ปกครองของนักเรียนคุนหมิง ที่เคยเดินทางมาสอบถามข้อมูลการศึกษาต่อในประเทศไทย ณ สถานกงสุลใหญ่พบว่า การส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อยังประเทศไทยนั้น มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการไปศึกษาต่อที่ทวีปยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย ประกอบกับประเทศไทยอยู่ใกล้กับมณฑลยูนนาน สามารถเดินทางสะดวกรวดเร็วและไปเยี่ยมบุตรหลานได้บ่อยครั้ง โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดต่อกับประเทศจีนมากขึ้น ดังนั้น จึงเห็นว่าการส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อที่ประเทศไทย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ จากการสอบถามนักศึกษาที่เรียนวิชาเอกภาษาไทยพบว่า การเลือกเรียนภาษาไทยในมณฑลยูนนานนั้น มีข้อได้เปรียบมากกว่าการเลือกเรียนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อได้เปรียบในเรื่องการหางานหลังจากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ซึ่งนอกจากการเป็นอาจารย์ ล่าม มัคคุเทศก์ หรือบริษัทร้านค้าต่าง ๆ ที่มีคณะนักท่องเที่ยวชาวไทยมีเยี่ยมชมแล้ว ยังมีโอกาสเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนที่ประเทศไทยด้วย
มณฑลยูนนานกับความพร้อมด้านการเรียนการสอน “ภาษาไทย”
ปัจจุบันสถาบันการศึกษาหลายแห่งในมณฑลยูนนาน
ทั้งระดับโรงเรียนมัธยมศึกษา และระดับมหาวิทยาลัย
ล้วนให้ความสนใจในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย
ได้มีการเปิดการเรียนการสอนทั้งในแบบวิชาเอกภาษาไทย และวิชาเลือกเสรี
ซึ่งนอกจากจะเป็นไปตามนโยบายการเรียนการสอนภาษาประเทศเพื่อนบ้านของมณฑลยู
นนานแล้ว ยังเป็นการตอบสนองกับความต้องการของนักเรียนและนักศึกษาจีน
ที่ต้องการใช้ความรู้ภาษาไทย เป็นใบเบิกทางในตลาดแรงงานปัจจุบัน
สำหรับสถาบันการศึกษาของยูนนานที่สำคัญ
ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดการเรียนการสอนภาษาไทย
และมีความร่วมมือกับหลายสถาบันการศึกษาของไทย มีดังต่อไปนี้ |
ความเป็นมา มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2536 โดยมีทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท (เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในมณฑลยูนนานที่เปิดหลักสูตรวิชาเอกภาษาไทยใน ระดับปริญญาโท) นอกจากนี้ ยังมีการศึกษานอกระบบ (อนุปริญญา) อีกด้วย การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งหมด 270 คน แบ่งเป็น 6 ห้อง มีนักศึกษาระดับปริญญาโททั้งหมด 70 คน และนักศึกษาระดับอนุปริญญามีทั้งหมด 280 คน แบ่งเป็น 5 ห้อง โดยมีอาจารย์คนจีน 9 คน และอาจารย์คนไทยจากมหาวิทยาลัยบูรพา 1 คน (นักศึกษาหลายคนที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่ ได้ไปเป็นอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในยูนนาน ) ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระดับปริญญาตรีในรูปแบบ 3+1 กับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งนักศึกษาจีนจะศึกษาภาษาไทยที่ประเทศจีนในชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 ส่วนในชั้นปีที่ 3 นักศึกษาจะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี และในชั้นปีที่ 4 จะกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนานอีกครั้ง นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังได้จัดให้นักศึกษาระดับอนุปริญญาที่จบการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือศึกษาหลักสูตรภาษาไทยระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี และราชภัฎอุตรดิตถ์อีกด้วย |
มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน
(Yunnan Nationalities University) (云南民族大学) |
|
|
|
มหาวิทยาลัยโทรทัศน์และวิทยุยูนนาน (Yunnan TV and Radio University)
(云南广播电视大学) |
ความเป็นมา เปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยควบคู่กับวิชาเอกภาษาอังกฤษตั้งแต่ปี 2536 โดยเปิดเป็นหลักสูตรปริญญาบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระยะเวลาการศึกษา 3 ปี การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาภาษาไทยแต่ละปีการศึกษาประมาณ 100 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ห้อง อาจารย์ผู้สอนทั้งหมด 4 คน แบ่งเป็นอาจารย์ประจำคนจีน 3 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี นักศึกษาจำนวนหนึ่งที่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรียังมหาวิทยาลัยในประเทศไทย มหาวิทยาลัยที่ได้ติดต่อ คือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทุกปีการศึกษาจะมีโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอนปีละ 1 คน |
|
|
|
ความเป็นมา เริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งถือเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาแห่งแรกในนครคุนหมิงที่เปิดการเรียนการ สอนภาษาไทย โดยเปิดเป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน โรงเรียนมีการเรียนการสอนภาษาไทยตั้งแต่ระดับชั้น ม.4 – ม.6 แบ่งเป็น 3 ห้องเรียน ระดับละ 1 ห้องเรียน นักเรียนทั้งหมดประมาณ 110 คน และอาจารย์ประจำคนจีน 1 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ใน ทุกปีการศึกษา นักเรียนที่เรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวนหนึ่ง จะไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น |
โรงเรียนภาษาต่างประเทศคุนหมิง
(Kunming Foreign Language School) (昆明外国语学校) |
|
|
|
มหาวิทยาลัยคุนหมิง
(Kunming University) (昆明学院) |
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2545 โดยเปิดการสอนภาควิชาภาษาไทยเฉพาะสาขามัคคุเทศก์เท่านั้น การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน จากอดีต จนถึงปัจจุบัน มีนักศึกษาภาควิชาภาษาไทยทั้งสิ้น 140 คน และที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้มีจำนวน 39 คน โดยนักศึกษาที่จบการศึกษาแล้ว สามารถที่จะใช้ภาษาไทยในการสนทนาในชีวิตประจำวัน และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างดี ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา 2+2 ปีกับมหาวิทยาลัย 3 แห่งในประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย โดยมุ่งเน้นการศึกษาด้านบริหารการท่องเที่ยว วัฒนธรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีโครงการที่จะติดต่อกับมหาวิทยาลัยไทยอีก 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา |
|
|
|
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเป็นวิชาเอก เมื่อปี 2546 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาจีนเรียนภาษาไทยมากกว่า 500 คน จากจำนวนนักศึกษาทั้งหมด 4,000 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยร่วมมือกับวิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง (Lampang Inter Tech College-LITC) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และเทศบาลเชียงราย โดยการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอน รวมทั้งสนับสนุนการสร้างศูนย์ภาษาจีนที่ LITC และเทศบาลนครเชียงราย ซึ่ง LITC ยังสร้างศูนย์ภาษาไทยให้แก่วิทยาลัย นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังมีการส่งนักศึกษาไปฝึกงานที่ประเทศไทย |
วิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคโนโลยีสิบสองปันนา (Xishuangbanna Vocational and Technical Institute)
(西双版纳职业技术学院) |
|
|
|
โรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิง
(Kunming Tourism Vocational School) (昆明旅游职业高级中学) |
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2546 เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.) การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนเอกวิชาภาษาไทยทั้งหมด 7 ห้อง จำนวน 265 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนคนจีน 3 คน และอาจารย์คนไทยอีก 1 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันโรงเรียนมีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยราช ภัฎลำปาง โดยนักเรียนที่จบจากโรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิงสามารถเข้าศึกษาต่อยัง มหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบ นอกจากนี้ ยังมีการติดต่อแลกเปลี่ยนบุคลากรครูชาวจีนและไทย โดยผ่านกระทรวงศึกษาธิการของไทยด้วย |
|
|
|
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.) การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีวัตุประสงค์เพื่อฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ มีนักเรียนมากกว่า 200 คน มีอาจารย์คนจีน 4 คน และอาจารย์ไทย 1 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี โครงการส่งนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนศรีธนาพณิชยการเทคโนโลยี เชียงใหม่ และโรงเรียนบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ เป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 - 5 เดือน นอกจากนี้ ยังมีแผนการส่งนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย |
โรงเรียนการท่องเที่ยวมณฑลยูนนาน
(Yunnan Provincial Tourism School) (云南省旅游学校) |
|
|
|
มหาวิทยาลัยครูยวี่ซี
(Yuxi Normal University) (玉溪师范学院) |
ความเป็นมา เดิมมหาวิทยาลัยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือกเมื่อปี 2541 และได้เปิดสอนเป็นวิชาเอกภาษาไทยในปี 2548 โดยเป็นหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี และหลักสูตรอนุปริญญา 2 ปี การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มี นักศึกษาประมาณ 150 คน โดยแบ่งเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศไทย 80 คน (ชั้นปีที่ 3) และเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศจีนอีก 70 คน (ชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2) ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยมี ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในประเทศไทยกว่า 7 แห่ง ที่สำคัญ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย และโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ |
|
|
|
ความเป็นมา เปิดสอนวิชาภาษาไทยตั้งแต่ปี 2548 โดยบรรจุเป็นวิชาเสริมในคณะป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยทั้งหมด 4 ห้อง รวมจำนวนประมาณ 200 คน มีอาจารย์คนไทยที่มาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ 1 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มี การติดต่อร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจไทยตั้งแต่ปี 2542 โดยได้ส่งอาจารย์ และนักศึกษาแลกเปลี่ยนกันแล้วถึง 6 รุ่น รวมจำนวนทั้งหมด 106 คน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันแต่งหนังสือแบบเรียนสำหรับนักเรียนตำรวจ ที่เป็นฉบับภาษาจีน ไทย อังกฤษ รวม 3 ภาษาด้วย |
มหาวิทยาลัยตำรวจยูนนาน
(Yunnan Police Officer Academy) (云南警官学院) |
|
|
|
มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินมณฑลยูนนาน (Yunnan University of Finance and Economics)
(云南财经大学) |
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ คือ ภาษาเวียดนาม และพม่า เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ คือ ภาษาเวียดนาม และพม่า การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน ภาษาไทยเป็นภาษาที่นักศึกษาชาวจีนให้ความนิยมเลือกเรียนมากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 100 คน ในขณะที่นักศึกษาเลือกเรียนภาษาเวียดนาม 28 คน และภาษาพม่า 25 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ร่วม มือกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และประสงค์จะขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของไทย ที่เน้นด้านการพาณิชย์ เศรษฐศาสตร์และการเงิน โดยในปัจจุบัน สถานกงสุลใหญ่ได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทร-วิโรฒประสานมิตรให้แล้ว |
|
|
|
มหาวิทยาลัยครู มณฑลยูนนาน
(Yunnan Normal University) (云南师范大学) |
ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 ในปี 2553 จะเปิดเป็นวิชาเอกภาษาไทยในคณะภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยภาคเรียนละ 1 ห้องเป็นจำนวน 50 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนชาวไทย 2 คน ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันโรงเรียนมีโครงการความร่วมมือ “1 + 4” กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในไทย อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น |
|
|
|
ความเป็นมาเริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 โดยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีความร่วมมือในด้านการวิจัย และการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี |
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คุนหมิง (Kunming University of Science and Technology) (昆明理工大学 ) |
|
|
“ธุรกิจการศึกษาในคุนหมิง” โอกาสใหม่ที่นักลงทุนไทยควรจับตามอง
จากสถิติการออกวีซ่าของสถานกงสุลใหญ่นครคุนหมิงพบว่า
ในแต่ละปีจะมีนักศึกษาจีนเดินทางมาขอวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อยังประเทศไทยมาก
ถึง 2,000 คน และตั้งแต่ปีกลาง 2551
นักศึกษาจีนที่เดินทางมาสอบถามข้อมูลการศึกษาโดยตรงจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทย
ในจีน ณ นครคุนหมิง (Thailand Business Information Center in Kunming, www.thaibizchina.com) มีจำนวนมากกว่า 80 คน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญกับภาษาไทยที่มีต่อนักเรียนและนักศึกษาชาวยูนนาน “ธุรกิจการศึกษา” จึงมีศักยภาพเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทย หรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการต่อยอดหรือทำธุรกิจในมณฑลยูนนาน สำหรับแนวทางธุรกิจที่น่าจับตามองมีดังต่อไปนี้
1. โรงเรียนเสริมทักษะวิชาภาษาไทย
ปัจจุบันในมณฑลยูนนานหรือนครคุนหมิง ยังมีโรงเรียนเสริมทักษะวิชาภาษาไทยเพียงไม่กี่แห่ง โดยสถาบันทั้งหมดมีนักลงทุนและผู้บริหารเป็นชาวจีน มีอาจารย์ผู้สอนก็เป็นอาจารย์ชาวจีน อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาต่างประเทศนั้น การเรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษามีความสำคัญอย่างยิ่ง สถาบันการเรียนภาษาต่างประเทศ ที่มีอาจารย์เจ้าของภาษาเป็นผู้ดำเนินการสอน มักได้รับความสนใจมากกว่าสถาบันที่ใช้อาจารย์ผู้สอนเป็นชาวจีน ยกตัวอย่างเช่น สถาบันเสริมทักษะวิชาภาษาอังกฤษ SHANE ENGLISH SCHOOL ซึ่งตั้งอยู่ทั้งในมณฑลยูนนานและมณฑลอื่นๆ ของจีน เป็นสถาบันที่มีความร่วมมือกับประเทศอังกฤษ และมีอาจารย์ผู้สอนมาจากประเทศอังกฤษโดยตรง ปัจจุบันถือเป็นสถาบันเสริมทักษะภาษาอังกฤษที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและ เป็นที่นิยมของชาวจีน
ดังนั้น การเปิดโรงเรียนสอนพิเศษหรือเสริมทักษะภาษาไทยที่ดำเนินการ และจัดการเรียนการสอนโดยคนไทย โดยตรง น่าจะกลายเป็นจุดแข็งและข้อได้เปรียบที่สามารถใช้แข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันได้เป็นอย่างดี
2. ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อในประเทศไทย
จากการสอบถามข้อมูลจากนักศึกษาจีน ที่เดินทางมาติดต่อขอข้อมูลการศึกษาจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง พบว่า เนื่องจากนักศึกษาจีนที่สนใจไปเรียนต่อที่ประเทศไทยส่วนมากไม่สามารถติดต่อ มหาวิทยาลัยในไทยด้วยตนเอง จึงจำเป็นต้องใช้บริการศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งคิดค่าบริการราคาแพง โดยเฉลี่ยต่อคนประมาณ 5,000 – 8,000 หยวน ถือเป็นค่าบริการที่สูงมากสำหรับนักศึกษา ทั้งนี้ ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศดังกล่าว นอกจากจะให้บริการด้านข้อมูล และช่วยติดต่อส่งนักศึกษาไปเรียนต่อที่สถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้ ยังมีบริการฝึกอบรมความรู้ภาษาไทยเบื้องต้นก่อนการเดินทางไปศึกษาต่อด้วย
ปัจจุบันศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิงได้ให้บริการด้านข้อมูลการศึกษาต่อในประเทศไทยแก่นักเรียนและนัก ศึกษาจีน ควบคู่ไปกับการให้ข้อมูลด้านธุรกิจและการลงทุนแก่นักธุรกิจไทย อย่างไรก็ตาม หากสถาบันการศึกษาของไทย หรือนักลงทุนไทยที่สนใจเปิดศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อ ก็น่าจะถือว่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีศักยภาพเช่นกัน
ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธันวาคม 2552
โดย : นายโอภาส เหลืองดาวเรือง
มณฑลยูนนาน / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น