ปัว
กัวกัว ลูกชายของ ปัว ซีไหล นักการเมืองจีนผู้ถูกลงโทษ
รับปริญญาโทสาขาวิชานโยบายสาธารณะจาก John F. Kennedy School of Government
,มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2012
Last updated: 31 May 2015 | 17:52
นักศึกษาจีนใน
สหรัฐเกือบ 3 แสนคนใช้เงินเรียนปีละ 22 พันล้านดอลลาร์ ปีการศึกษา
2013-2014 ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยถึง 8,000
คนเพราะโกงข้อสอบหรือไม่เข้าเรียน
หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal และ The Atlantic
ในสหรัฐรายงาน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2558
ว่านักศึกษาจีนที่เดินทางไปเรียนต่อในสหรัฐในปีการศึกษา 2013-2014
ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยในสหรัฐประมาณ 8,000 คน ในจำนวนนี้ 80 % ถูกไล่ออกเพราะโกงข้อสอบหรือไม่เข้าเรียนหนังสือ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม อัยการเมืองพิตสเบิร์ก็ยื่นฟ้องนักศึกษาจากจีน 15 คน
สาเหตุเพราะโกงการสอบด้วยการจ้างคนอื่นมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย (college-entrance exams) แทน
คดีนี้มีการสอบสวนมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2014 นักศึกษาบางคนที่ถูกยื่นฟ้องกำลังเรียนอยู่ที่ Northeastern University เมืองบอสตัน
นายแอนดรูว์ เฮง เฉิน หัวหน้าฝ่ายพัฒนาการศึกษาแห่ง WholeRen Education เมืองพิตสเบิร์กชี้แจงว่าบริษัทกำลังให้คำปรึกษากับนักศึกษาจีน 1,657 รายที่ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ถูกไล่ออกเพราะไม่ซื่อสัตย์ต่อชั้นเรียน
“คุณภาพของนักศึกษาที่มาจากจีนช่วงนี้ลดลง ภาพพจน์ต่างๆของนักศึกษาจีนสองสามปีที่ผ่านมาตกต่ำ คนที่จะมาเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเตรียมการที่ดี”นายแอนดรูว์กล่าว
จากข้อมูลของสถาบันการศึกษานานาชาติ( Institute of International Education) รายงานว่าในปีการศึกษา 2013-2014 มีนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนในสหรัฐเกือบ 900,000 คน ในจำนวนนี้จากประเทศจีนเรียนในสหรัฐ 274,439 คนหรือเพิ่ม 16 % จากปีการศึกษาก่อนหน้า
นักศึกษาจีนคิดเป็นนักศึกษาต่างชาติที่เรียนในสหรัฐมาก ที่สุดถึง 31 % ในปีการศึกษา 2014 และนำเงินมาใช้ในสหรัฐถึง 22 พันล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้นักศึกษาจีนที่ไปเรียนสหรัฐส่วนใหญ่จะเข้า เรียนระดับปริญญาโทและมีงบประมาณการเรียนจำกัดจำเขี่ย แต่ปัจจุบันนักศึกษาส่วนใหญ่จะมาจากครอบครัวมั่งคั่งและมีอิทธิพลในจีน อาทิเช่นลูกสาวของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เป็นต้น
ปัจจุบันนักศึกษาจีนแสดงออกถึงความมั่งคั่งและหรูหรา โดยยกตัวอย่างเช่นห้างสรรพสินค้า Bergdorf Goodman แห่งนครนิวยอร์กถึงกับจัดงานวันตรุษจีนเพื่อเพิ่มการจำหน่ายสินค้าแก่นัก ศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กและมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เช่นเดียวกับห้าง Bloomingdales จัดงานแฟชั่นโชว์ที่ชิคาโก้เพื่อเอาใจนักศึกษาจากจีน
นักศึกษาจีนกลายมาเป็นตลาดใหญ่ของมหาวิทยาลัยและ วิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา เรื่องนี้ไม่มีใครที่จะรู้ดีไปกว่ามหาวิทยาลัยเอง ในจำนวนที่มาเรียนมากกว่า 60 % ออกค่าใช้จ่ายเต็มที่ด้วยเงินของตัวเอง กล่าวกันว่าเงินที่นักศึกษาจีนนำมาใช้จ่ายมีส่วนสำคัญเข้ามาช่วยนักศึกษา อเมริกันที่ยากจนด้วย
มหาวิทยาลัยในสหรัฐบางแห่งก็ถือโอกาสจัดเก็บค่าเล่า เรียนเพิ่มกับนักศึกษาต่างชาติเพื่อทำกำไรมากขึ้น โดยยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยเพอร์ดู( Purdue University) ในรัฐอินเดียนา
ความต้องการของนักศึกษาจีนที่จะเข้าเรียนต่อในสหรัฐจัดเป็น “อุตสาหกรรม”อย่างหนึ่ง แต่ก็มีปัญหาตามมาในเรื่องของการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการยื่นใบสมัคร
นักศึกษาจีนในมหาวิทยาลัย USC , Los Angeles ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนมาก ( Photo:Frederic J. Brown/AFP)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทั้งนี้จากสำนักงานที่ปรึกษาการศึกษาชื่อ Zinch China ระบุว่าบริษัทที่ปรึกษาต่างๆ 90 % ฉ้อโกงเรื่องการให้คำแนะนำ , 70 % ให้คนอื่นช่วยเหลือเรียงความแนบใบสมัคร, 50 % ปลอมทรานสคริปคะแนนจบไฮสคูลและอีก 10 % อ้างอิงว่าได้รับรางวัลจากการเรียน ทั้งๆที่ไม่เคยได้รับ
ครั้นเดินทางเข้าเรียนต่อในสหรัฐกลับพบว่าภาษาอังกฤษไม่ดีพอที่จะรับฟังการเลกเชอร์จากอาจารย์ได้เข้าใจหรือแม้แต่จะเขียนรายงาน
อย่างไรก็ตามปัจจุบันทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเมื่อสถาบันการศึกษาเหล่านี้เข้าใจว่านักศึกษาจีนนั้นติดมหาวิทยาลัยอเมริกันแบบ”งอมแงม” (addicted) จึงทำความเข้าใจถึงเรื่องนี้เพิ่มขึ้น บางส่วนเดินทางไปจัดสำนักงานในจีนเพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
นอกจากนี้รัฐบาลจีนเองก็ใช้เงินปีละหลายพันล้านดอลลาร์ ปรับปรุงระบบการศึกษามากขึ้นเช่นเพิ่มห้องทดลอง,เพิ่มงานด้านวิจัย เพื่อดึงนักศึกษาระดับปริญญาตรีให้เรียนอยู่ในประเทศ ขณะนี้นักศึกษาระดับปริญญาโทเรียนอยู่ในประเทศจีนมากขึ้นเพราะอยู่ในระดับ สามารถแข่งขันกับระบบการศึกษาของต่างชาติได้
“ดังนั้นการไล่นักศึกษาจีนออกจากมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย ในอนาคตก็อาจเป็นปัญหาใหญ่ของสหรัฐ เพราะนักศึกษาจีนอาจไม่กลับมาเรียนอีกเลย” รายงานข่าวกล่าว
http://www.thaitribune.org/contents/detail/305?content_id=11548
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น